onet51

ชื่อ entry เหมือนชื่อเพลง 'รักที่เพิ่งผ่านพ้นไป' อยู่นะ

[ไม่เกี่ยวอะไรกันเลย ,,]

 

 

ไม่รู้สึกเหมือนสอบเอนท์เลย

เพราะอะไรหว่า??

 

 

วันที่ 29 ก.พ. 2551 ..

โผล่ไปร.ร.ด้วยหน้าโทรมสุดๆ จนเพื่อนตกใจ ๕๕+

เป็นผลมาจากการนอนดึกติดๆๆกันทั้งอาทิตย์

นอนตี 2 บ้าง ตี 3 บ้าง อ่านหนังสือเอนท์

(หรือเดี๋ยวนี้ต้องเรียกว่า อ่านหนังสือแอด??)

วันก่อนสอบก็นอนซะตี 1 ครึ่ง

 

.. ไม่ .. อภิชญาไม่ได้ฟิตขนาดนั้นค่ะ

 

เพราะทำข้อสอบอังกฤษปี 49 ไปแล้วได้คะแนนน่าเกลียด

เลยสติแตกนั่งร้องไห้ต่างหาก ๕๕+ ^^"

 

เราสอบที่ร.ร.ของตัวเอง ตอนแรกก็นึกว่ามีบดินทรสอบร.ร.เดียว

เดินๆไป อ้าว? ทำไมคนนั้นไม่เคยเห็นหน้า คนนั้นไม่รู้จัก นังนี่มาจากไหนเนี่ย??

ถึงได้รู้ว่าบดินทร 3 กับ อุดมศึกษาก็มาสอบร.ร.เราด้วย

ร.ร.เราเป็นศูนย์สอบค่ะ ..

 

O-NET วิชาแรก : สังคม

panic มากเหอะ!! O_O

ด้วยว่าอ่านไม่ทัน ภูมิศาสตร์ไม่ได้อ่าน ศาสนาอ่านผ่านๆ กฎหมายอ่านงูๆปลาๆ

ได้อยู่แค่เศรษฐศาสตร์ กะ ประวัติศาสตร์

- -' ... รู้สึกได้ว่าเว้นไว้เยอะ ผิดไปโข

สงสัยจะเน่านะวิชานี้ -*-

 

O-NET วิชาที่ 2 : เลข

panic กว่าเดิมมมมมมมม!!!!

แม่ะ~ เก่งอะไรอย่างนี้นะ ^_______^

ผสมผสาน ทำไม่ทัน + ทำไม่ได้ กันอย่างลงตัว ฮ่าฮ่า~

ออกมาคงเป็นไข่ต้ม เพอร์เฟ็คท์ เซอร์เคิล หลายใบ พร้อมเปลือกไข่นวลเนียน

เป็นวิชาที่เน่าที่สุดแล้ว!!! -*-

จะได้ถึงครึ่งมั้ย .. ยังเป็นที่สงสัยอยู่??

[แต่เห็นตอนนี้มีข่าวว่ามีข้อสอบผิดอยู่หลายข้อเหมือนกัน]

[อย่างเช่น ข้อที่ต้องตอบ -10 แต่มี choice เป็น -1000]

 

O-NET วิชาที่ 3 : อังกฤษ

วิชานี้ค่อยดีหน่อย ..

หลังจากตกใจ + ช็อค กะ 2 วิชาแรกไปอย่างหนัก

วิชานี้เป็นเหมือนยาเลย

รู้สึกว่า .. ทำได้ก็เกือบทั้งหมดเลยนะ [ถ้าไม่โดนหลอกไปซะก่อน]

ไม่ค่อยมีศัพท์ที่ไม่รู้เลย แล้ว passage ก็อ่านรู้เรื่องหมดด้วย

จะมีอุปสรรคก็ตรง error ที่มักจะเน่าเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แต่ไหนแต่ไร~

ถ้าดวงดี & ไม่มีอะไรผิดไปมากกว่านี้

ก็อาจจะ 80+ ก็ได้ ..

 

O-NET วิชาที่ 4 : ภาษาไทย

ไปถึงร.ร.แบบโทรมๆอีกวัน เพราะเมื่อวันก่อนก็ทำวิทย์อยู่ดึก

.. นึกว่าวิทย์สอบก่อน .. อะไรมันจะเซ่อ+สะเพร่าได้ขนาดนี้ - -'

ข้อสอบภาษาไทย ก็ไม่ถือว่ายากจนเกินไปนะ

แต่โดนหลอกไปหลายข้อ นับผิดก็หลายข้อ -*-

แต่ข้อขำๆก็มี อย่าง .. สระว่ายน้ำ ไร้ระบบท่อ อุดรูรั่วชะลอวัย

.. มหัศจรรย์วันกีฬา (จูงใจตรง .. ??)

สรุปว่าภาษาไทยก็พอไปได้

 

O-NET วิชาที่ 5 : วิทยาศาสตร์

ให้ตายยยยยยยยยยยยยยยยยยยย!!

ฟิสิกส์ ทำข้อคำนวณได้หมด ข้อทฤษฎีแอบสับสนเล็กน้อย

เคมี พอไปได้ (ถึงจะเกลียดการทดสอบอาหารก็เถอะ)

ชีวะ ก็ยังไปได้อยู

 

ดาราศาสตร์เนี่ยดิ้!!!!!!

 

ผิดอะไรไม่ผิด ผิดดาราศาสตร์ -*-

ข้อจำๆเราผิดไปหลายละ ...

- สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเจริญยุคไหน?

- ค่าความสว่าง (ทั้ง 2 ข้อ)

ตาย ตาย ตาย ตาย!!

ส่วนข้อสุดท้ายที่ถามประมาณว่า "ข้อใดเป็นสมบัติของ 'ดาวเคราะห์ยักษ์' ของดวงอาทิตย์?"

... ก็แล้วทำไมไม่ถามว่า ดาวพฤหัส อะ?? -O-"

รู้มั้ยว่ามันทำให้เราสับสน ตีความไม่ถูก พาลคิดไปว่าดวงอาทิตย์คงมีสมบัติได้หลายอย่างมั้ง??

TT___TT . . . .

 

O-NET วิชาสุดท้าย : สุขะ ศิลปะ การงานอาชีพ

ไม่ได้อ่านไปเลย -O-" ..

แต่เราว่ามันก็ไม่ได้ยากมากมากมากนะ

หลายๆอย่างเป็นความรู้รอบตัว ความรู้พื้นฐาน แล้วก็ปนๆกะที่เรียนในห้องนิดหน่อย

ตอนแรกกะเข้าไปดิ่ง!

แต่พอเห็นเวลา .. โห .. 3 ชม. - -'

แล้วกว่าจะออกจากห้องสอบได้ต้อง 5 โมง

.. เอาวะ!! 150 ข้อยังดีกว่าไม่มีอะไรทำ

แต่จนแล้วจนรอดก็ทำเสร็จตั้งแต่บ่าย3 โมงครึ่งอยู่ดี

เหลือเวลาแกร่วอีกเพียบ

เลยฟุ้งซ่านเลย คิดไปถึงอนาคต คิดถึงคะแนน o-net ที่มันจะออกมา

คิดว่าถ้าไม่ติดสถาปัตจุฬาทำยังไง?

 

กลยุทธของเพื่อนเราบางคนดีมาก

รู้จักแบ่งเวลาได้อย่างเหมาะสม ...

โดยการ ทำไป หลับไป -o-zZzzZ

แล้วก็จะเสร็จพอดีเวลา 2 ชม.ครึ่ง

โอ้ว ... มันช่างล้ำลึก!!! O_O

แต่ปัญหาก็คือเรานอนไม่หลับ

ก็เลยค้างเติ่งแกร่วอยู่อย่างนั้นจนหมดเวลา จะบ้าตาย -*-

 

่่

แต่สอบเสร็จแล้วทำไมไม่รู้สึกดีขึ้นล่ะ??

 

ใจนึงก็โล่งนะ .. โล่งมากๆ .. นี่ก็เท่ากับว่าหมดกระบวนการทุกอย่างแล้ว

[ถ้าไม่นับที่ต้องไปสอบ A-NET]

แต่อีกใจนึงก็รู้สึกแย่ รู้สึกแย่มากเลย

.. มันกลัวน่ะ คิดมากไปหมด

กลับมาก็แตะคอมอย่างแรกเยี่ยงคนรักที่จากกันไปนาน

แต่ทำไปทำมา อีท่าไหน?? .. เครียดซะงั้น

สติแตก กลัว รู้สึกแย่ รู้สึกผิด .. นั่งร้องไห้เลย

 

คือลองเอาคะแนนมาคิดดู แล้วใส่คะแนน O-NET ที่คิด(และหวัง)ว่าจะได้(มากกว่านี้)

ก็ออกมายังไม่เท่าคะแนนต่ำสุดของปีที่แล้วเลย

ปีที่แล้วตัด 7180 .. เราคิดได้ 7134

 

รู้สึกแย่จริงๆ อธิบายไม่ถูก ..

คนเราจะมีซักครั้งนึงมั้ยในชีวิต ที่รู้สึกอยากกลับไปแก้ไขอะไร

ที่ทั้งๆที่พยายามแล้ว แต่กลับรู้สึกว่ามันไม่หนักพอ

ที่จะรู้สึกว่า เราน่าจะทำได้ดีกว่านี้

 

เค้าบอกว่า คนเรามักจะคิดเสมอว่า "น่าจะทำได้ดีกว่านี้"

แล้วถ้าทำได้แล้ว ก็จะคิดอีกว่า น่าจะทำได้ดีกว่านี้อีกนะ

ขั้นต่อไปก็จะเป็น น่าจะทำได้ดีกว่าดีกว่านี้อีกนะ

.. ไม่มีที่สิ้นสุด

 

เพื่อนเราบอกว่า ..

- อย่าเพิ่งเครียดไป คะแนนยังไม่ออกเลยแก

- แกทำได้ดีที่สุดแล้วในตอนนั้น

- ข้อสอบมันยาก แกทำไม่ได้ คนอื่นก็ทำกันไม่ได้ทั้งประเทศวะ

- เครียดไปก็แก้ไขไรไม่ได้แล้วนะ

- ไปช็อปปิ้งกัน

- ฯลฯ ...

 

การมีเพื่อน มีรุ่นพี่อยู่ในเวลาแบบนี้ มันมีความหมายแบบนี้นี่เอง

 

เราก็เข้าใจนะ แต่มันแค่ .. ยังไงล่ะ? .. หดหู่ มั้ง

เป็นครั้งแรกที่ไม่อยากพูดอะไร

จะออกไปเที่ยวก็รู้สึกผิด จะขอซื้อกล้องก็รู้สึกผิด

รู้สึกประมาณว่า ยังจะไปเที่ยวอีกเหรอ? ทั้งๆที่ทำได้ไม่ีดีเนี่ยนะ?

ยังจะขอเงินไปใช้อีกเหรอ? ทั้งๆที่ทำได้แค่นี้?

 

ฮ่าฮ่า .. โรคจิต -*-

 

เมกะโปรเจคท์ส่วนตัวที่เคยคิดว่าจะทำหลังเอนท์ ..

.. เริ่มไม่มีกำลังใจจะทำ ไม่มีความอยากทำ

 

,, แต่ตอนนี้ก็ดีขึ้นแล้ว :)

 

แต่ตอนนี้ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากรอผลคะแนน

แล้วก็คิดต่อจากตรงนั้นว่าจะทำยังไงกับมันให้ดีที่สุด

 

เห้อออออออ ..

 

อยากเป็นนิสิตจุฬาค่ะ!! T_T